ตามที่ได้รู้ข่าวกันมาบ้างแล้วว่าภายในต้นปีหน้า Facebook จะทำการปรับ algorithm อีกครั้ง เพื่อลดค่า organic reach ให้น้อยลง โดยรอบนี้ Facebook จะจัดการกับโพสต์ที่มีเนื้อหาโฆษณาที่มากเกินไป
หนึ่งในกลยุทธ์ที่เราสามารถนำมาช่วยเพิ่มยอด reach ก็คือวิธีการที่เราใช้โพสต์ content มาดูกันว่าวิธีการโพสต์แบบไหนถึงจะทำให้ Facebook เพจของเราได้ค่า reach และ engagement ที่เพิ่มขึ้น
1. โพสต์ในช่วงที่ไม่ค่อยมีคนเข้า Facebook โดยเน้นไปที่ช่วงก่อนและหลังเลิกงาน
การโพสต์ในช่วงนี้ได้รับค่า reach และคลิ๊กต่อโพสต์ที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
2. โพสต์หลายครั้งต่อวัน (6 ครั้ง/วัน)
การโพสต์แบบนี้ส่งผลให้จำนวนคลิ๊กต่อโพสต์ลดลง แต่ค่า่ reach เพิ่มขึ้น
3. โพสต์น้อยครั้งต่อวัน (1 ครั้ง/วัน)
การโพสต์แบบนี้ได้รับผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการโพสต์หลายครั้งต่อวัน
4. การโพสต์โดยถามคำถามกับลูกเพจ
การโพสต์ในลักษณะนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดจาวิธีกการโพสต์ทั้งหมด เพราะจำนวนคลิ๊กลดลงไปกว่า 40% ส่วนจำนวน reach ก็ตกไปกว่า 50%
5. เปลี่ยนลักษณะในการโพสต์
การโพสต์โดยการทิ้งท้ายข้อความด้วยชื่อของเราเพิ่มจำนวนคลิ๊กต่อโพสต์ถึง 10 ครั้งด้วยกัน
6. โพสต์เฉพาะลิงก์
การโพสต์ในลักษณะนี้ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในบรรดาโพสต์ทั้งหมด เพราะการโพสต์เฉพาะลิงก์ขึ้นไปช่วยเพิ่มค่า reach ให้สูงถึง 70%
7. โพสต์โดยใช้รูปภาพที่ต่างกัน
เวลาที่เราโพสต์ลิงก์มักจะมีรูป preview ติดมาด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีรูป preview ควรจะเป็นรูปที่จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับลิงก์ ไม่ใช่ใช้รูปเรียบ ๆ จากผลการทดลองพบว่ารูปที่มีข้อความที่น่าสนใจเกี่ยวกับลิงก์นั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยมีการเพิ่มขึ้นของคลิ๊กถึง 85% เลยทีเดียว
Entering the World of Digital Marketing
Thursday, November 20, 2014
Sunday, November 16, 2014
อยากทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลองทำตาม 7 ขั้นตอนนี้ดู
เคยสงสัยมั้ยว่าใน 1 วันที่เราใช้ทำงาน เราทำงานจริงเป็นเวลาทั้งหมดกี่ชั่วโมง เราต้องสละเวลาให้กับการประชุมที่เยิ่นเย้อไปกี่ชั่วโมง ไหนจะต้องเสียเวลานั่งเช็คอีเมล์อีกเป็นร้อย ใน 1 วันเราเสียเวลาให้กับสิ่งที่ไม้เกี่ยวข้องกับเนื้องานของเราไปมากแค่ไหน ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเราลดลงไปเยอะอยู่เหมือนกัน
ลองทำตาม 7 วิธีการนี้ดู เพื่อให้วันทำงานของเราเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
1. วางแผนประจำวัน
จัดตารางให้กับตัวเองว่าพอเริ่มเข้างานแล้วมีอะไรที่เราต้องจัดการก่อนเป็นสิ่งแรก และโฟกัสกับตารางนั้น พยายามทำทุกอย่างที่อยู่ในตารางนั้นให้เสร็จไปภายใน 1 วัน
2. ลำดับความสำคัญของงาน
แยกแยะให้ออกว่าอะไรคืองานสำคัญและอะไรคืองานที่ไม่สำคัญ จัดการกับงานที่สำคัญก่อนเสมอ
3. กำจัดสิ่งรบกวน
ถ้าตรงที่เรานั่งเสียงดังเกินไป อาจจะลองย้ายไปนั่งทำงานที่ใหม่ หรือถ้าเสียงดังเพราะเพื่อนร่วมงานเปิดเพลงดังเกินไป ก็อาจลองไปพูดกับเพื่อนร่วมงานให้เขาหรือเธอช่วยเบาเสียงเพลงให้หน่อย
4. แจกจ่ายงานให้คนในทีม
กระจายงานให้คนอื่นบ้างและการทำแบบนี้ถือเป็นการเรียนรู้ที่จะไว้ใจเพื่อนร่วมงานไปในตัว
5. จัดการกับปัญหาส่วนตัวและอารมณ์ของตัวเองก่อนเริ่มงาน
อย่ามองว่าโลกช่างสวยในวันทุกวันที่เราตื่นขึ้นมา ให้มองว่าวันทุกวันมีความแตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าเราจะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของวันแต่ละวันได้ยังไง
6. ปรับสมดุลให้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว
อย่าทำงานหนักจนเกินไป หาเวลาไป relax บ้าง ความเครียดสะสมเป็นสิ่งที่ทำลายความมีประสิทธิภาพและความคิดสร้างสรรค์ของเรา
7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนเต็มอิ่มถือเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเราได้ง่าย ๆ
ลองทำตาม 7 วิธีการนี้ดู เพื่อให้วันทำงานของเราเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
1. วางแผนประจำวัน
จัดตารางให้กับตัวเองว่าพอเริ่มเข้างานแล้วมีอะไรที่เราต้องจัดการก่อนเป็นสิ่งแรก และโฟกัสกับตารางนั้น พยายามทำทุกอย่างที่อยู่ในตารางนั้นให้เสร็จไปภายใน 1 วัน
2. ลำดับความสำคัญของงาน
แยกแยะให้ออกว่าอะไรคืองานสำคัญและอะไรคืองานที่ไม่สำคัญ จัดการกับงานที่สำคัญก่อนเสมอ
3. กำจัดสิ่งรบกวน
ถ้าตรงที่เรานั่งเสียงดังเกินไป อาจจะลองย้ายไปนั่งทำงานที่ใหม่ หรือถ้าเสียงดังเพราะเพื่อนร่วมงานเปิดเพลงดังเกินไป ก็อาจลองไปพูดกับเพื่อนร่วมงานให้เขาหรือเธอช่วยเบาเสียงเพลงให้หน่อย
4. แจกจ่ายงานให้คนในทีม
กระจายงานให้คนอื่นบ้างและการทำแบบนี้ถือเป็นการเรียนรู้ที่จะไว้ใจเพื่อนร่วมงานไปในตัว
5. จัดการกับปัญหาส่วนตัวและอารมณ์ของตัวเองก่อนเริ่มงาน
อย่ามองว่าโลกช่างสวยในวันทุกวันที่เราตื่นขึ้นมา ให้มองว่าวันทุกวันมีความแตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าเราจะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของวันแต่ละวันได้ยังไง
6. ปรับสมดุลให้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว
อย่าทำงานหนักจนเกินไป หาเวลาไป relax บ้าง ความเครียดสะสมเป็นสิ่งที่ทำลายความมีประสิทธิภาพและความคิดสร้างสรรค์ของเรา
7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนเต็มอิ่มถือเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเราได้ง่าย ๆ
Monday, November 3, 2014
จีน: ประชากรออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรออนไลน์สูงที่สุดในโลก โดยมีประชากรบนโลกออนไลน์คิดเป็นร้อยละ 21.97 ด้วยเหตุนี้ ประเทศจีนจึงเป็นประเทศที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจที่ต้องการบุกตลาดออนไลน์ ลองคิดดูสิว่าเราแค่ทำให้โฆษณาผลิตภัณฑ์ของเราอยู่บนหน้าหนึ่งของ Baidu Search (เหมือน SEM) ก็การันตีได้แล้วว่าจะมีลูกค้าจากประเทศที่เราไม่เคยเข้าไปตีตลาดมาก่อนเห็นโฆษณาของผลิตภัณฑ์เรากว่า 641.6 ล้านคน (ตีเอาว่าประชากรออนไลน์จีนทุกคนใช้บริการ Baidu Search)
การที่จะเข้าไปตีตลาดออนไลน์ในจีนได้นั้น เราคงต้องพึ่งดิจิตอลเอเจนซีที่มีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับภาษาและวัฒนธรรมของประเทศจีน เพราะถึงแม้ว่าทุกคนในประเทศจีนจะใช้ภาษาจีนเป็นภาษากลาง แต่ภาษาจีนในแต่ละพื้นที่ก็ยังมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น
หากต้องการโฆษณาของเราไปโผล่อยู่บนหน้าหนึ่งของ Baidu Search แนะนำให้ติดต่อกับดิจิตอลเอเจนซีที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการตลาดจาก Baidu แทนที่จะติดต่อกับ Baidu เองโดยตรง เพราะการที่เราติดต่อกับ Baidu เองโดยตรงอาจทำให้สื่อสารกันได้ผิดพลาดเพราะข้อจำกัดทางด้านภาษานั่นเอง
การที่จะเข้าไปตีตลาดออนไลน์ในจีนได้นั้น เราคงต้องพึ่งดิจิตอลเอเจนซีที่มีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับภาษาและวัฒนธรรมของประเทศจีน เพราะถึงแม้ว่าทุกคนในประเทศจีนจะใช้ภาษาจีนเป็นภาษากลาง แต่ภาษาจีนในแต่ละพื้นที่ก็ยังมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น
หากต้องการโฆษณาของเราไปโผล่อยู่บนหน้าหนึ่งของ Baidu Search แนะนำให้ติดต่อกับดิจิตอลเอเจนซีที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการตลาดจาก Baidu แทนที่จะติดต่อกับ Baidu เองโดยตรง เพราะการที่เราติดต่อกับ Baidu เองโดยตรงอาจทำให้สื่อสารกันได้ผิดพลาดเพราะข้อจำกัดทางด้านภาษานั่นเอง
Monday, October 27, 2014
ลูกค้าควรถามอะไรจาก social media agency
ก่อนที่จะเซ็นต์สัญญากับ social media agency ไม่ว่าเจ้าไหนก็ตาม ในฐานะลูกค้าคุณควรจะถามคำถามเหล่านี้เพื่อเช็คดูว่าเอเจนซี่ที่คุณหมายตาไว้ให้คำตอบที่ตรงใจกับคุณหรือไม่
แล้วคุณเจอ social media agency ที่ถูกใจแล้วหรือยัง
- คุณเริ่มทำงานเกี่ยวกับ social media มานานหรือยัง
- ในฐานะที่คุณเป็นที่ปรึกษาด้าน social media ให้กับแบรนด์ เราสามารถใช้ social media ทำอะไรได้บ้าง
- คุณมีความรู้ด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำ social media มั้ย
- คุณมี blog เป็นของตัวเองหรือไม่
- แคมเปญที่คุณเคยทำประสบผลสำเร็จแค่ไหน การวัดผลเป็นยังไงบ้าง
แล้วคุณเจอ social media agency ที่ถูกใจแล้วหรือยัง
Friday, October 24, 2014
ให้ SEO ช่วยธุรกิจคุณ
หากพูดถึงกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ หลาย ๆ แบรนด์อาจจะคิดถึงแต่การสร้างตัวตนบน social media แพลตฟอร์มต่าง ๆ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วการทำเว็บไซต์ก็เป็นเรื่องสำคัญ หากจุดมุ่งหมายของแบรนด์คือการเพิ่มยอดขาย (ซึ่งเรามั่นใจว่านั่นคือจุดมุ่งหมายของทุกแบรนด์อยู่แล้วล่ะ) การพัฒนาเว็บไซต์ควรเกิดก่อนการเข้าไปมีบทบาทบน social media ของแบรนด์ ทำไมเราถึงแนะนำเว็บไซต์? เพราะหากผู้บริโภคต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ก่อนตัดสินใจซื้อ มีความเป็นไปได้มากที่พวกเขาจะทำการ search ออนไลน์ ก่อนจะออกไปซื้อที่ร้าน แต่หากพวกเขา search มาแล้วไม่เจอผลิตภัณฑ์ของคุณ ลูกค้าก็อาจจะหันไปมองผลิตภัณฑ์คู่แข่งของคุณที่มี search result ปรากฏอยู่บน Google ก็เป็นได้
นอกจากแบรนด์ควรจะต้องมีเว็บไซต์ที่ดีแล้วนั้น การทำ SEO ก็สำคัญไม่แพ้กัน SEO ทำเพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นไปติดอยู่บนหน้า 1 ของ search engine result page (SERP) ทีนี้เวลาลูกค้าต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับเราก็สามารถหาเจอได้โดยทันที แค่ทำ SEO ใ้ห้ได้ดี ๆ แบรนด์ของคุณก็ชนะคู่แข่งไปได้หลายขุมแล้ว
ดังนั้นการทำ SEO จึงมีความจำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก
นอกจากแบรนด์ควรจะต้องมีเว็บไซต์ที่ดีแล้วนั้น การทำ SEO ก็สำคัญไม่แพ้กัน SEO ทำเพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นไปติดอยู่บนหน้า 1 ของ search engine result page (SERP) ทีนี้เวลาลูกค้าต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับเราก็สามารถหาเจอได้โดยทันที แค่ทำ SEO ใ้ห้ได้ดี ๆ แบรนด์ของคุณก็ชนะคู่แข่งไปได้หลายขุมแล้ว
ดังนั้นการทำ SEO จึงมีความจำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก
Wednesday, October 22, 2014
ให้ Facebook ดูแลธุรกิจคุณ
เชื่อว่าทุกคนคงรู้จัก Facebook ในฐานะแพลตฟอร์มทาง social network ที่มีไว้เพื่อใช้สำหรับติดต่อกับเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาหลายสิบปี หรือจะเป็นเพื่อนที่เราติดต่อด้วยในทุกวันนี้ นอกจากนั้นหลาย ๆ คนยังใช้ Facebook เป็นช่องทางในการหาข้อมูลข่าวสารอัพเดทประจำวัน แต่จริง ๆ แล้ว Facebook เป็นได้มากกว่านั้น ธุรกิจหรือแบรนด์ต่าง ๆ สามารถใช้ Facebook ในการทำการตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาผ่าน Facebook หรือการสร้างแฟนเพจบน Facebook เพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภค
ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น ในประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยแล้ว 32.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การที่นักการตลาดจะทำการตลาดผ่านช่องทางเดิมอย่างเดียวก็คงไม่พอ ดังนั้นการทำการตลาดผ่านช่องทาง social media หรือช่องทางออนไลน์จึงมีความจำเป็นอย่างมาก
รู้อย่างนี้แล้ว การตลาดออนไลน์ หรือการตลาดผ่าน social media จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น ในประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยแล้ว 32.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การที่นักการตลาดจะทำการตลาดผ่านช่องทางเดิมอย่างเดียวก็คงไม่พอ ดังนั้นการทำการตลาดผ่านช่องทาง social media หรือช่องทางออนไลน์จึงมีความจำเป็นอย่างมาก
รู้อย่างนี้แล้ว การตลาดออนไลน์ หรือการตลาดผ่าน social media จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
Wednesday, October 15, 2014
กลยุทธ์การตลาดออนไลน์
เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปการทำกลยุทธ์ทางการตลาดจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย เดี๋ยวนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไร ความเป็นดิจิตอลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากต้องการเจาะตลาดออนไลน์ให้โดนใจผู้บริโภคสมัยนี้ ต้องอย่าลืมวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ให้โดนใจผู้บริโภคด้วย ในฐานะแบรนด์เราควรที่จะเรียนรู้ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคบนแพลตฟอร์ม online ว่าแตกต่างยังไงกับพฤติกรรมผู้บริโภคในช่องทาง offline
Subscribe to:
Posts (Atom)